Interview

MY MAYO x Adis art

เน็ท – ณัฐกฤตา โคตรสมบัติ ศิลปินและนักวาดภาพประกอบ หรือนามปากกา MY MAYO ปัจจุบันเป็น Graphic designer และทำงานศิลปะ

แนะนำตัวเอง

 จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ชีวิตหลังเรียนจบเราได้ลองสมัครงานที่ IF (Integrated Field)  ซึ่งทางบริษัทได้ให้โอกาสทำงานในด้านกราฟฟิกดีไซน์ทั้งๆที่ตัวเองจบสถาปัตย์มา จากนั้นก็ผันตัวเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ ไม่ได้ทำงานด้านสถาปัตย์เลย ส่วนตัวชื่นชอบในการวาดรูปอยู่แล้ว บวกกับเราได้ใช้ทักษะในการจัดองค์ประกอบมันเลยส่งเสริมกัน พอทำได้ประมาณ 2 ปี ก็รู้สึกอยากออกมาทำอะไรเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นกราฟฟิกดีไซน์อยู่ พยายามแบ่งเวลาในการวาดรูปด้วย เพราะว่าเป็นสิ่งที่เรารักและชอบ มีความสุขที่ได้ทำ

จุดเริ่มต้นของตัวเองกับงานศิลปะ

เริ่มจากสมัยเด็กที่ปิดเทอมไม่ได้เจอเพื่อนๆ เลยอยากหาอะไรทำระหว่างปิดเทอม เริ่มจากดูการ์ตูน แล้วก็ชอบสีสันในนั้น ตอนนั้นดูเซล่ามูนเลยอยากลองวาดตาม พอเราวาดไปโฟกัสกับสิ่งที่ทำ จนกลายเป็นความชอบ คิดว่าเราเรียนเกี่ยวกับด้านนี้ไปเลยดีกว่าเพราะชอบด้านนี้อยู่แล้ว ตอนมอปลายเน็ทเรียนวิทย์-คณิต แต่สุดท้ายจบมาเราก็ชอบอยู่กับการวาดภาพอยู่ดี เลยยังไม่ได้ทิ้งการออกแบบ สถาปัตย์จะเป็นการวาดที่ส่วนใหญ่เป็นตึกอาคาร อาจจะไม่ใช่การวาดที่เน้นความงาม มันคนละแขนงกัน จะเน้นไปวาดพวกเส้นจุด เส้นระนาบ แล้วทำเป็นอาคารเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน มันสนุก หลังจากเรียบจบเราถอยออกมาก้าวนึง แต่ยังทำในด้านออกแบบอยู่ เลยตัดสินใจเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ ซึ่งได้ทั้ง ออกแบบและวาดรูปด้วย

เริ่มเข้าสู่วงการกราฟฟิกตั้งแต่ตอนไหน

จริงๆเรามีโอกาสตั้งแต่ที่บริษัทรับเน็ทเข้าทำงาน ต้องขอบคุณพี่เขามากๆเลย เพราะถ้าเน็ทไม่ได้ทำงานที่นั่น ก็คงได้ทำอาชีพสถาปนิกอย่างเดียว และแยกเรื่องวาดรูปกับออกแบบออกจากกัน แต่เมื่อได้ทำงานด้านกราฟฟิก คิดว่ามันไปด้วยกันได้ อย่างเช่น ออกแบบโปสเตอร์ ออกแบบ Layout แต่บางโปสเตอร์เราก็ต้องการภาพประกอบ เน็ทเลยได้ใช้ความชอบในการออกแบบด้วย

ที่มาของชื่อ MY MAYO

มันเริ่มจากชื่อในโซเชียลมีเดียเราใช้ชื่อนี้เกือบทุกช่องทางว่า “มายองเนส” เริ่มจากเฟซบุ๊คก่อนตอนนั้นสมัครชื่อว่ามายองเนส ตามด้วยนามสกุลเพราะว่าไม่อยากใช้ชื่อจริง แล้วก็ไม่อยากใช้ชื่อเล่นว่าเน็ท เฉยๆด้วย อยากได้อะไรให้มันมาอยู่ก่อนชื่อเราก็เลยเติมคำว่ามายองเนสเข้าไปให้มันดูน่ารัก และก็ดูน่าอร่อยด้วย พอถึงวันที่เราอยากทำเพจเป็นของตัวเอง รู้สึกว่าอยากลดทอนชื่อ ตอนแรกชื่อเพจไม่ได้ชื่อมายมาโย ชื่อมาโยเฉยๆแค่ตัดคำว่าเน็ทออกแล้วก็เหลือแค่มาโย แต่ทำไปทำมารู้สึกอยากเปลี่ยน อยากเติมคำว่ามายข้างหน้า มันเหมือนเป็นอีกโลกนึงของฉัน ก็เลยเติมมาย เป็นมายมาโย

ความแตกต่างของการทำงานด้านกราฟฟิกกับสถาปัตยกรรม

ส่วนตัวคิดว่าวิธีการคิดงานค่อนข้างต่าง งานกราฟฟิกมีข้อดี คือมีระยะเวลาในการส่งงานดีกว่า แต่ถ้าสถาปัตยกรรม เราออกแบบอาคารบางอาคาร มันมีความยืดเยื้อ มีความยากในหลายๆด้านมากกว่า มีดีเทลที่ต้องลงลึกอย่างเช่น แบบบ้านหลังนี้เราต้องใช้วัสดุอะไร วัสดุอันนี้รอยต่อเป็นยังไง ราคาเท่าไหร่ มาเปรียบเทียบระยะเวลา นี่จะเป็นความยากของสถาปัตย์  ซึ่งกราฟฟิกมันจะใช้พลังในตอนแรก อยู่ที่ประสบการณ์ที่เรามี เราดึงไอเดียมาได้มากแค่ไหน ตรงนี้คือความยากของเรา แต่ถ้าเราผ่านขั้นตอนแรกมาได้ ก็จะเหลือแค่เก็บดีเทลเล็กๆน้อยๆ งานเริ่มง่ายแล้ว ไม่ยืดเยื้อ ส่วนใหญ่ระยะเวลาทำงาน 1-2 เดือนก็จบงานได้ แต่งานกราฟฟิก ถ้าลูกค้าชอบไอเดียเราแล้ว ก็จะเหลือแค่รายละเอียดในเชิงของแบบ ความสวยงามในเชิงดีเทล เช่นระยะห่าง ดีเทลลายเส้นอะไรแบบนี้ จบงานแค่ที่หน้าจอ

ถนัดอะไรมากกว่ากัน 

เน็ทว่าตัวเองถนัดกราฟฟิกมากกว่า  เพราะอาจจะชอบวาดรูปอยู่แล้วด้วย บางงานเราได้วาดรูปและใช้ไอเดียไปด้วย กราฟฟิกมันคือตัวตนของเรา  แต่สถาปัตย์เราไม่สามารถวาดดอกไม้หรืออะไรขนาดนั้นได้ ต้องลดความเป็นตัวเองให้น้อยลง ถ้าเป็นสถาปัตย์เหมือนกับเราออกแบบเพื่อเป็นการเป็นอยู่อาศัยมากกว่า

แรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน

จริงๆมีหลายอย่างเลย อย่างตอนไปติวสถาปัตย์ก็ไปเพราะชอบพี่แสตมป์(นักร้อง) เพราะพี่สแตมป์เรียนสถาปัตย์ ชอบพี่เขามาก เหมือนมีไอดอลที่เราอยากตาม เราชอบวิธีการแต่งเพลงของเขา ดูละมุนบอกไม่ถูก เลยอยากเรียนคณะนี้เพราะคิดว่าน่าจะได้วิธีคิดอะไรบางอย่างจากที่นี่ ดูจากคนที่จบคณะนี้หลายคนก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่าง สงสัยว่าคณะนี้สอนอะไรกัน เลยอยากลองเข้าไปเรียนดู ซึ่งพอเข้าไปเรียนจริงๆก็ชอบ ที่ไม่ชอบส่วนใหญ่จะเป็นการเขียนแบบ (หัวเราะ) ส่วนที่ชอบที่สุดคือศิลปะ เพราะเหมือนได้อยู่กับตัวเอง

เปลี่ยนสายงานมาเป็นกราฟฟิก มีแรงบันดาลใจอะไรใหม่ๆบ้างไหม

แรงบันดาลใจก็คือคนในที่ทำงานเดียวกัน คือพี่ที่เป็นหัวหน้าคนนี้ก็เป็นสถาปนิกเหมือนเรา รู้สึกว่าถ้าเขาทำได้เราก็ต้องทำได้  และมีพี่ที่ทำงานอีกคนเขาจบกราฟฟิกมาโดยตรงมีความชำนาญในสาขาที่เรียนมา พอเราเห็นเขาทำได้  ก็คิดว่าเราน่าจะทำได้ หรือบางทีเราได้ดู IG กราฟฟิกของศิลปินเมืองนอก พอดูไปแล้วมันยิ่งทำให้เราอยากพัฒนาตัวเอง

พูดถึงความเป็น MY MAYO

ถ้าพูดถึงสไตล์อยากให้นึกถึงพู่กัน นึกถึงบลัชที่เราชอบใช้จะมีความบางและหนา ความหนักเบาของน้ำหนักเส้น อาจจะด้วยเครื่องมือที่เราใช้คือพู่กัน หรือแม้แต่บลัชที่เราเลือกใช้ในดิจิตอล จะเลือกใช้ที่กดน้ำหนักได้ ถ้าเน็ทจะวาดเส้น หรือวาดวงกลมสักวง จะมี 2 น้ำหนัก หรือน้ำหนักที่มากกว่าหนึ่งอยู่ในรูปนั้น แต่จากที่ฟังคนอื่นมองตัวเรา จะบอกกันมาว่างานเรามีความอ่อนช้อยเป็นผู้หญิง อาจจะเป็นอีกจุดเด่นที่คนอื่นมองมาที่เรา แต่จริงๆแล้วเราเป็นคนที่ชอบดูอะไรที่มันมินิมอล และคิดว่าตัวตนอีกอย่างน่าจะเป็นวิธีการทำงานของตัวเอง การทำงานของเราทุกรูปอธิบายได้หมด วิธีการทำงานออกแบบ รูปหนึ่งรูปจะคิดก่อนว่าจะพูดเรื่องอะไร  เแล้วค่อยวาดมันออกมา เมื่อลูกค้าเดินมาหาก็อยากให้สบายใจว่าในรูปจะมีความเป็นเขาในรูปนั้นด้วย เราแสดงวิธีการสื่อสารผ่านลายเส้น แต่ว่าคอนเทนท์คือรูปของลูกค้า จริงๆมีงานที่ทำอยู่ในตอนนี้คือ ออกแบบลายสักให้เพื่อน  แต่ยังไม่เคยลง IG เพราะว่ากำลังแบ่งเวลา เลยคิดว่าจุดเด่นอีกอย่างของเราคือชอบทำตามโจทย์ทีได้รับ

มีวิธีในการค้นหาสไตล์ตัวเองยังไง

เน็ทไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ค้นพบหรือยัง คือเราเปิดเพจนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี 1 สมัยนั้นคือวาดรูปเพื่อนเยอะมากเพื่อนให้วาดเราก็วาด วาดจนอยากเปิดเพจ ตอนนั้นเปิดเพราะความคิดที่ว่า เรารู้สไตล์ตัวเองแล้วอยากเก็บงานเอาไว้ดู ซึ่งถ้าถามว่านานแค่ไหนถึงรู้สไตล์ตัวเอง เน็ทรู้สึกว่าเราชอบลายเส้นของตัวเองตอนเรียนจบ ประมาณ 5 ปีที่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะจับตรงไหน งานแรกที่ทำให้รู้สึกอยากทำงานทางด้านนี้คือ งาน Chinese girls ที่เป็นผู้หญิงลายเส้นแบบขาวดำ รู้สึกได้ว่าอันนี้แหละอยากทำงานแบบนี้ ช่วงแรกระบายสีน้ำ ร่างแล้วลงสีแบบจัดเต็ม รู้สึกว่าใช้พลังเยอะเกิน แต่งานนี้เป็นลายเส้นเราทำแล้วพอใจแค่นี้ เพราะฉะนั้นงานช่วงหลังๆของเรามันจะมีความเป็นบลัชเดี่ยวๆไม่ได้ลงสี คิดว่าวิธีการทำงานของตัวเองมันเหมือนดีไซเนอร์ มันสลัดไม่ออก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นข้อดีไหม มีอะไรให้ค้นหาไปทุกวัน พัฒนาไปอีกเรื่อยๆ

ทิศทางผลงานในอนาคต

ตอนนี้เน็ทเริ่มสนใจการตกแต่งบ้าน ด้วยวัยที่เรามีกำลังซื้อมากขึ้นก็เริ่มอยากพัฒนาคุณภาพชีวิตเราให้ดีขึ้น  สมัยนี้คนเริ่ม WFH อยู่บ้าน จะมีการแชร์รูปบ้านสวยๆเยอะมาก เลยคิดว่าอยากทำงานให้เข้ากับการอยู่อาศัยของคนได้ ยังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ว่าจะวาดอะไรออกมา คิดว่าอยากวาดให้คนซื้อไปเพื่อตกแต่งบ้าน ให้มองมาแล้วรู้สึกดี มันอาจจะเป็นความคิดของเราสมัยเรียนสถาปัตย์ก็ได้ว่า เป็นการแยกระหว่างสถาปัตยกรรมกับอินทีเรีย อย่างเช่น  Mies van der Rohe นอกจากเค้าออกแบบสถาปัตย์ แล้วยังออกแบบเก้าอี้ด้วย เขามองว่าความงามไม่ได้อยู่แค่ Space แต่อยู่ที่องค์ประกอบที่อยู่ใน Space ด้วย  งานศิลปะมันสามารถออกแบบมาแบบนั้นได้เช่นกัน

3 ผลงานที่อยากพูดถึง

งานแรก inspiration ของผู้หญิงเราไปดูงานที่จีนไปกับออฟฟิศ อินทิเกรเตทฟิลด์ นี่แหละแล้วไปแวะที่ เยลโล่เพลน ที่อู่ฮั่น แต่ตอนนั้นยังไม่มีโควิท มีร้านขายของที่ระลึกพวกแบบครีมโบราณต่างๆเป็นรูปภาพวาดแบบผู้หญิงจีนอะไรแบบนี้เราดูแล้วรู้สึกว่าชอบจังอยากวาดออกมาในแบบของเรา

Chinese girls

งานที่ 2 เป็น คอลเลคชั่น a-z  เหมือนเราได้ตั้งคำถามกับตัวเองในการสร้างงานศิลปะว่า งานศิลปะมันไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์แล้วค่อยทำก็ได้ อย่างงานบางงานวาดตามอารมณ์สุดท้ายเราก็ไม่ได้รู้สึกชอบมันเท่าไหร่ เพราะว่าเรียนออกแบบมา เวลาทำงานจะทำงานที่มันมีคอนเซ็ป แต่เอาเข้าจริงพอตั้งโจทย์แล้ววาดตามเรากลับแล้วชอบมากกว่า มันก็คือการวาด A-B-C นี่แหละ ไม่ได้บอกว่าเป็นคอนเซ็ปอะไร ซึ่งตัวอักษรนี้เน็ทนำมาใช้ call out ในเรื่องการเมืองเพราะมันเกี่ยวกับอิสระ อย่างตอนนั้น call out เกี่ยวกับประเด็นการเมืองก็เอาตัวอักษรนี้มาพูดถึงเรื่อง freedom อิสระ และตั้งแฮชแทคว่า #36daysoftype

Hope

งานที่ 3  ก็เป็นอีกงานที่ตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกันคือในเมื่อเราตั้งโจทย์มาเยอะ รู้สึกไม่อยากวาดแล้ว เลยลองลดโจทย์ลงแล้ววาดด้วยเครื่องมือที่เรามี เครื่องมือนี้หมายถึง บลัช ที่ชอบใช้ เหมือนมีของอยู่ในมือแล้วลองสร้างสรรค์จากเพลงที่ฟังอยู่ ตอนนั้นฟังเพลงSunshine ของ Jmsn ฟังแล้ววาดตอนนั้นเลยสุดท้ายก็ได้รูปนี้มา ลองไปฟังดูก็ได้ อย่างรูปหัวใจ จะสื่อว่าเธอเป็นแสงสว่าง คืออยากให้หัวใจสีส้มเด่น ที่ชอบงานนี้เพราะว่าเราได้ออกจากกรอบการทำงานเดิมๆของตัวเอง ก่อนหน้าตั้งกรอบว่าต้องมีคอนเซ็ปจาก a-z แล้วเราก็เบื่อ เลยหยิบพู่กันที่ชอบมายำกับเพลงที่ฟังอยู่ว่า ไม่ได้คิดว่าจะเป็นรูปอะไร แล้วสุดท้ายก็เป็นรูปนี้ ส่วนหัวใจก็ไม่มีอะไรมากเพราะเพลงนี้พูดถึงความรัก

You’re the sunshine of my life

อยากบอกอะไรกับคนที่อยากทำงานสายนี้

ถ้ารู้สึกอยากวาดรูปก็วาดเลย อย่างเน็ทชอบทำตามโจทย์ ถ้าจะแนะนำคนอื่นอยากแนะนำว่าไม่ต้องรอโจทย์ ไม่ต้องรอมีลูกค้าแล้วค่อยหยิบปากกามาวาด อยากวาดก็แค่หยิบมาวาดเลย บางทีโจทย์ของเราอาจเป็นการไม่มีโจทย์ก็ได้ คือวาดอะไรก็ได้ตอนนั้นก็แค่ลองวาด แล้วถ้าทำไปแล้วไม่ชอบก็แค่หาแนวอื่นทำ บางทีอาจจะไม่ได้เป็น artist ด้วยการใช้ปากกาดินสอก็ได้แต่อาจจะเป็น artist ด้วยการใช้ photoshop หรือ ai ศิลปะมันมีหลายแบบ มันก็คือการแสดงออกทางความคิด ถ้าอยากทำงานด้านนี้แล้วสุดท้ายมันไม่ใช่ ก็อย่าปิดกั้นตัวเองว่าฉันต้องวาดให้ได้ ถ้าวาดแล้วไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไปลองทำอย่างอื่นที่เราถนัด อย่าตีกรอบให้มันอยู่แค่ในกระดาษ  แล้วอย่าคิดว่าตัวเองวาดไม่สวยแล้วต้องวาดให้สวย บางทีคนเรามันมีด้านที่ถนัดต่างกัน ต้องลองไปเรื่อยๆอย่าหยุดอยู่กับที่ จริงๆมันคือการเป็นตัวเองนั่นแหละ

มุมมองที่มีต่อ Reproduction

สำหรับเราเป็นเรื่องที่ดี แต่บางคนก็อาจจะอยากชอบงานออริจินอลมากกว่า แล้วแต่คนแล้วกัน แต่ถ้ามุมมองของเรา เราไม่ปิดกั้น ข้อเสียก็คือ คนจะมีรูปซ้ำกับเราได้ แต่ข้อดีก็คือ อาจจะมีคนที่อยากได้รูปนั้นเหมือนเรา ซึ่งเขาก็สามารถครอบครองได้เพราะมันพิมพ์ซ้ำได้

Related Posts